วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ทบ.สั่งฟื้นสุภาพบุรุษอาชีวะ จับเด็กเข้าค่าย 17 ก.ค.นี้



ทบ.สั่งฟื้นสุภาพบุรุษอาชีวะ จับเด็กเข้าค่าย 17 ก.ค.นี้
 

          ทบ.สั่งฟื้นโครงการสุภาพบุรุษอาชีวะ เกณฑ์นักเรียนอาชีวะเข้าค่ายติวเข้ม 10 สัปดาห์ ยันฝึกไม่หนักเท่าทหารเกณฑ์แน่นอน พร้อมฝึกวันแรก 17 กรกฎาคมนี้

          วันนี้ (3 กรกฎาคม) พ.ท.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองทัพบก ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการโครงการ "สุภาพบุรุษอาชีวะ" ตามข้อสรุปการประชุมร่วมระหว่างกองทัพบก  คณะกรรมส่งเสริมการศึกษาอาชีวะภาคเอกชน และคณะกรรมอาชีวะศึกษา ว่า ตอนนี้ทางกองทัพบกได้กำหนดให้วันที่ 17 กรกฎาคม เป็นวันปฐมนิเทศนักเรียนอาชีวะ จำนวน 150 คน ที่จะเข้ารับการฝึกตามโครงการสุภาพบุรุษอาชีวะ ณ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี เป็นระยะเวลา 10 สัปดาห์ (ตั้งแต่วันที่  17 กรกฎาคมนี้ จนถึงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน) ซึ่งในวันปฐมนิเทศทางกองทัพได้ให้ผู้ปกครองเข้าร่วมฟังการปฐมนิเทศด้วย เพื่อที่จะได้รับทราบถึงขั้นตอน และวิธีการฝึกอบรมอย่างละเอียด 

          ทั้งนี้ ในระหว่างการฝึกตามโครงการสุภาพบุรุษอาชีวะนั้น ทางกองทัพบกจะไม่อนุญาตให้นักเรียนกลับบ้าน แต่อนุญาตให้ผู้ปกครองเข้าเยี่ยมได้หลังการฝึกผ่านไปแล้ว 4 สัปดาห์ ซึ่งการฝึกอบรมนั้น ทางกองทัพบก ได้มีการแบ่งการฝึก ไว้ดังนี้

          - ช่วงสัปดาห์ที่ 1 - 4 : เป็นการฝึก เพื่อละลายพฤติกรรมของนักเรียน

          - ช่วงสัปดาห์ที่ 5 - 10 : เป็นการฝึกทางวิชาการ ซึ่งรวมถึงการไปศึกษาดูงานโรงงานอุตสาหกรรมและทัศนศึกษาในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  

          อย่างไรก็ตาม ทางกองทัพบกก็ไม่ได้คาดหวังว่าหลังจากการฝึกตามโครงการสุภาพบุรุษอาชีวะแล้ว นักเรียนอาชีวะทั้ง 150 คน จะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตลอดจนทัศนคติเดิมได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็อาจมีบางส่วนที่ปรับตัวใหม่ และพร้อมนำความรู้ความสามารถที่มีไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น  

ไอซีที เตรียมสั่งแท็บเล็ตล็อต 2 ขณะล็อตแรกยังไม่ตรวจมาตรฐาน


ไอซีที เตรียมสั่งแท็บเล็ตล็อต 2 ขณะล็อตแรกยังไม่ตรวจมาตรฐาน



ไอซีที เตรียมสั่งแท็บเล็ตล็อต 2 ขณะล็อตแรกยังไม่ตรวจมาตรฐาน




            ไอซีที เตรียมสั่งแท็บเล็ตล็อตที่ 2 อีก 4 แสนเครื่องในวันนี้ ขณะที่ล็อตแรกยังไม่มีการสุ่มตรวจรับรองมาตรฐาน

            วานนี้ (8 กรกฎาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางกระทรวงไอซีที เตรียมลงนามจัดซื้อแท็บเล็ตสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพิ่มอีกเป็นล็อตที่ 2 จำนวน 4 แสนเครื่อง ในวันนี้ (9 กรกฎาคม) แต่ทั้งนี้ มีรายงานว่า แท็บเล็ตในล็อตแรกที่สั่งซื้อตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยังไม่ได้เริ่มกระบวนการตรวจรับรองมาตรฐานเลย ถึงแม้จะมีการทยอยส่งมอบไปยังโรงเรียนต่าง ๆ แล้วก็ตาม

            สำหรับแท็บเล็ตล็อตแรกที่กระทรวงไอซีทีสั่งซื้อจำนวน 4 แสนเครื่องนั้น ขณะนี้ทางบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ประเทศจีน ได้ทยอยส่งมาแล้วประมาณ 46,000 เครื่อง ทางคณะกรรมการตรวจรับของของกระทรวงไอซีทียังไม่ได้เริ่มตรวจรับรองมาตรฐานแม้แต่เครื่องเดียว

            ขณะที่ นายสมบูรณ์ เมฆไพบูลย์วัฒนา ประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุการจัดซื้อแท็บเล็ต ชี้แจงว่า เครื่องล็อตแรก 400,000 เครื่องนั้น ทางไอซีทีจะสุ่มตรวจไม่น้อยกว่า 35,000 เครื่อง แต่ทั้งนี้ ที่ยังไม่เริ่มกระบวนการตรวจเป็นเพราะว่า ต้องการรอแท็บเล็ตที่จะส่งมาในวันนี้อีกประมาณ 1 หมื่นเครื่อง เพื่อทำการสุ่มตรวจพร้อม ๆ กัน โดยจะต้องมีเครื่องที่ได้มาตรฐานไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.65 หรือ จำนวน 228 เครื่อง จึงจะผ่านมาตรฐานการตรวจสอบทั้งหมด แต่หากไม่เป็นไปตามนั้น เครื่องที่อยู่ในไทยแล้ว จะถูกส่งคืนให้บริษัทแก้ไขทันที

            อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าว ทางพรรคเพื่อไทยได้หาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2554 และเริ่มต้นโครงการอย่างจริงจังในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ขณะที่ทางคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้มีคณะกรรมการแท็บเล็ตจำนวน 14 คน โดยจะจัดหาแท็บเล็ตทั้งหมดจำนวน 9 แสนเครื่อง ในวงเงินที่เป็นงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 1.9 พันล้านบาท และตั้งเป้าว่าจะส่งมอบให้นักเรียนในจำนวน 8 แสนคน ในช่วงเปิดเทอมเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

            รายงานยังระบุอีกว่า จากนั้นทางคณะกรรมการแท็บเล็ตได้ตั้งคณะทำงานอีก 2 ชุด เพื่อพิจารณาคุณสมบัติเครื่องแท็บเล็ตให้เป็นไปตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ ส่วนอีกชุดหนึ่งได้พิจารณาการจัดซื้อจัดหาโดยมีกระทรวงไอซีทีเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่จะดำเนินการอย่างแน่ชัด เนื่องจากปัญหาความไม่ลงรอยกันระหว่างรัฐมนตรีไอซีที และกระทรวงศึกษาธิการ

            ต่อมา จนกระทั่งปลายเดือนมีนาคม ทางคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการนี้อีกครั้ง โดยปรับซื้อจากจำนวน 9 แสนเครื่อง ให้เป็น 1 ล้านเครื่อง และจากงบ 1.9 พันล้านบาท เป็นไม่เกินจำนวน 3 พันล้านบาท และให้กระทรวงไอซีทีปรับเปลี่ยนการแลกสินค้า มาเป็นการทำสัญญาโดยตรงกับ บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ที่รัฐบาลจีนรับรอง

            อย่างไรก็ตาม กำหนดการและรายละเอียดต่าง ๆ ทางไอซีที ได้เปิดเผยเพียงแค่เรื่องกำหนดคุณสมบัติเท่านั้น ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ยังไม่มีการเปิดเผยใด ๆ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นที่จับตามองว่า"แท็บเล็ต" นั้น จะมีปัญหาตามมาอีกหรือไม่ และเมื่อไรนักเรียนชั้น ป.1 จะได้เริ่มใช้เสียที

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ผวา! น่ากลัวเกิน ปลุกศพให้เดินกลับบ้านเอง.

พิธีแปลกที่หลายคนฟังแล้วอาจจะขนลุก เนื่องจากเป็นพิธีที่ปลุกศพให้ลุกขึ้นเดินกลับบ้าน เพื่อฝังศพในบ้านของตัวเอง และให้กลับมาพบญาติพี่น้องอีกครั้ง
พิธีกรรมศพที่ว่านี้เป็นของหมู่บ้านทานาโทราจาและหมู่บ้านมามาซาววซึ่งเป็นหมู่บ้านชนบทของประเทศอินโดนีเซีย โดยจะมีการทำพิธีปลุกซากศพให้ลุกขึ้นมาเดินกลับบ้าน เพราะมีความเชื่อว่าศพจะต้องเดินกลับมาเพื่อฝังในบ้านเกิดของตัวเองและเป็นการกลับมาพบกับญาติพี่น้องอีกครั้ง โดยศพต้องอยู่ในสภาพที่เหมือนกับมีลมหายใจทุกอย่าง ในกรณีที่มีคนเสียชีวิตในที่ที่ห่างไกลบ้านจะฝังศพเอาไว้ก่อนจนเวลาผ่านไปหลายปีจึงทำการขุดศพขึ้นมาพร้อมแต่งตัวให้กับศพเหมือนตอนที่ยังมีชีวิต จากนั้นก็จะมีการทำพิธีปลุกศพให้ลุกขึ้นเดินกลับบ้านโดยไม่มีการคลุมใบหน้าศพ แต่มีข้อห้ามว่า ห้ามแห่ศพกลับเข้าบ้านและห้ามอุ้มศพขึ้นมาเป็นอันขาด หากใครไม่ปฏิบัติตามกฏข้อนี้ก็จะป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ
ในระหว่างที่ศพเดินกลับบ้าน ญาติๆที่อยู่ในพิธีจะห้ามให้คนที่เดินผ่านพูดคุยกับศพ และจะเลือกเส้นทางที่เงียบที่สุด ทั้งนี้คนที่ทำพิธีนี้บอกว่า จริงๆแล้วญาติจะเป็นคนพยุง ศพไม่ได้เดินได้เองแต่อย่างใด

สุดซึ้ง หนุ่มจีน ง้อเมีย โดยการเดินเข่าคำนับไปตามท้องถนน

สุดซึ้ง  หนุ่มจีน  ง้อเมีย  โดยการเดินเข่าคำนับไปตามท้องถนน
มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศ   ได้เผยภาพของชายหนุ่มคนหนึ่ง  ที่กำลังเดินด้วยเข่าไปตามถนน  พร้อมกับก้มศีรษะคำนับกับพื้นถนน ไปตลอดทาง   จนถึงกับมีเลือดออกตามหน้าผาก   ทั้งนี้สิ่งที่ชายหนุ่มคนนี้ทำอยู่นั้น  เพื่อจะหวังให้ภรรยาของเขายกโทษให้
หนุ่มเดินเข่า
ชายหนุ่มง้อเมียด้วยการเดินเข่า
ทั้งนี้  เมื่อวันที่ (30 มิ.ย.)  ที่ผ่านมา  เวลาประมาณ 13.40 น.   ที่เมืองผูเถียน  ในมณฑลฝูเจี้ยนของจีน  ได้มีชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง  พยายามเดินเข่าพร้อมกับเอาศีรษะก้มลงแตะพื้นทุกครั้งที่ก้าวเข่าไป  จนบริเวณหน้าผากของชายหนุ่มคนดังกล่าวมีเลือดอาบ  ถึงแม้ว่าผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นจะพยายามเข้าไปให้ความช่วยเหลือ  แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากชายหนุ่มคนนี้ 
ชายหนุ่มง้อเมียด้วยการเดินเข่า
ชายหนุ่มง้อเมียด้วยการเดินเข่า
และเขาก็ได้บอกว่าที่ทำแบบนี้  เพราะต้องการให้ภรรยาของเขายกโทษให้  โดยจะคุกเข่าไปจนกว่าจะถึง  Zhengrong Times Square  ซึ่งก็เป็นระยะทางกว่า 1,000 เมตร   กว่าจะไปถึงที่นั่น   แต่เมื่อเขาเดินเข่าไปประมาณ 200 เมตร  ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งขี่จักรยานเข้ามาหาเขา  และได้เรียกแท็กซี่พาชายหนุ่มคนนี้ออกไป
ชายหนุ่มง้อเมียด้วยการเดินเข่า
ชายหนุ่มง้อเมียด้วยการเดินเข่า

ครูโรงเรียนดังผูกคอตาย ห้อยตัวจากอาคารเรียน

ครูโรงเรียนดังผูกคอตาย ห้อยตัวจากอาคารเรียน



ครูโรงเรียนดังผูกคอตาย ห้อยตัวจากอาคารเรียน
ครูโรงเรียนดังผูกคอตาย ห้อยตัวจากอาคารเรียน
(9 ก.ค.) เมื่อเวลา 06.18 น. ศูนย์วิทยุพระนคร มูลนิธิร่วมกตัญญู รับการประสานงานจาก สน.ประชาชื่น ขอสนับสนุนเจ้าหน้าที่รับผู้เสียชีวิตหลัง สน.ประชาชื่น จึงเข้าไปตรวจสอบยังสถานที่เกิดเหตุภายในโรงเรียนมัธยมศึกษาประชานิเวศน์ บริเวณอาคารเรียนชั้น 2 พบศพผู้เสียชีวิตในสภาพผูกคอตายติดกับเสาอาคาร ห้อยร่างอยู่ริมระเบียง ตรวจสอบผู้เสียชีวิตเป็นชายสวมเสื้อลายแดงคาดดำ กางเกงขายาวสีดำ ทราบชื่อต่อมาคือ นายประจวบ ใจด้วง 49 ปี เป็นครูสอนวิชาสังคมศาสตร์ของโรงเรียนดังกล่าว
จากการสอบถามเพื่อนครูโรงเรียนเดียวกันให้การว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เข้าเวรประจำดูแลโรงเรียนและได้โทรศัพท์ติดต่อกับเพื่อนสนิทซึ่งเป็นครูโรงเรียนเดียวกัน โดยผู้ตายได้กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่าเตรียมทำศพตนด้วย นอกจากนี้ผู้ตายยังได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับพระรูปหนึ่งและได้เอ่ยบอกลา
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ตายอาจมีโรคประจำประตัวคือโรคกระดูกทับเส้นประสาท อาจเป็นสาเหตุทำให้ผู้ตายเกิดอาการเครียดจึงคิดสั้นผูกคอตายดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อกับทางญาติผู้ตายให้มารับศพเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป


วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

พบแมลงวันสายพันธุ์ใหม่ เล็กที่สุดในโลก อาศัยอยู่ในไทย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ไบรอัน บราวน์ ผู้เชี่ยวชาญจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในลอสแองเจลิส เคาน์ตี สหรัฐอเมริกา ค้นพบแมลงวันชนิดใหม่ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก โดยพบในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประเทศไทย
ทั้งนี้ ไบรอัน บราวน์ เปิดเผยว่า แมลงวันตัวดังกล่าวเป็นเพศเมีย ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แม้จะเอามันไปวางบนแผ่นสไลด์ของกล้องจุลทรรศน์ก็ตาม

สำหรับแมลงวันพันธุ์ใหม่นี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “ยูรีพลาเทีย นานักนีฮาลี (Euryplatea nanaknihali)” มีปีกสีเทาและมีความยาวเพียง 0.4 มิลลิเมตร เท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่า ขนาดของแมลงวันชนิดนี้มีขนาดเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นของแมลงดูดเลือดจำพวกริ้นน้ำเค็ม
นอกจากนั้น จุดเด่นของแมลงวันชนิดนี้คือ ตัวแมลงวันนั้นจะวางไข่ในลำตัวมดขณะที่มดยังมีชีวิตอยู่ พอไข่ฟักตัว ตัวอ่อนก็จะคลานไปยังส่วนหัวของมดเพื่อดูดสารอาหารจากกล้ามเนื้อและสมองของมด จนทำให้มดสูญเสียการควบคุมร่างกายและหัวมดก็จะหลุดออกมา
หลังจากนั้น ตัวอ่อนจะอาศัยในหัวที่ขาดออกของมดตัวนี้เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ก่อนจะเจริญเติบโตเต็มวัย ซึ่งมีพฤติกรรมวางไข่ตามตัวมดคล้ายกับ แมลงวันตัดหัวมด ที่พบในประเทศอิเควทอเรียลกินี ของทวีปแอฟริกา

วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าวเจ๋ง! ใช้ 'น้ำกากชูรส' เพาะเลี้ยงแบคทีเรียกำจัดลูกน้ำยุงลาย

กรมวิทย์ฯข่าววันนี้เจ๋งนำน้ำกากชูรสเหลือทิ้ง มาใช้เป็นวัตถุดิบเพาะเลี้ยงแบคทีเรีย เพื่อกำจัดลูกน้ำยุงลาย หวังสกัดโรคไข้เลือดออก ไข้สมองอักเสบ มาลาเรียในช่วงฤดูฝน...
นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ในแต่ละปีมีประชาชนป่วยด้วยโรคที่มียุงเป็นพาหะนำโรคจำนวนมาก เช่น โรคไข้เลือดออก โรคไข้สมองอักเสบ โรคมาลาเรีย และโรคเท้าช้าง ฯลฯ โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนสถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกกำลังระบาดและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการวิจัยและพัฒนา นวัตกรรมที่สนับสนุนงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ จึงได้มีการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถกำจัดลูกน้ำยุงลาย โดยใช้น้ำกากชูรสที่เป็นสิ่งเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมผลิตผงชูรส มาใช้เป็นวัตถุดิบในการเพาะเลี้ยงเซลล์ แบคทีเรียบาซิลลัส ทูริงเยนซิส (Bacillus thuringiensis) หรือ บีที ซึ่งเป็นแบคทีเรียกำจัดลูกน้ำยุงลายได้
breakอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากการศึกษาพบว่าน้ำกากชูรสสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์แบคทีเรียได้ และมีประสิทธิภาพกำจัดลูกน้ำยุงลายใกล้เคียงกับแบคทีเรียมาตรฐาน ในอนาคตอาจนำไปสู่การผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้กำจัดลูกน้ำยุงลายต่อไป ทั้งนี้ แบคทีเรียที่ได้รับการยอมรับให้นำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์กำจัดลูกน้ำยุงลายนั้น มี 2 ชนิด คือ Bacillus thuringiensis subsp.israelensis เป็นแบคทีเรียที่มีศักยภาพในการฆ่าลูกน้ำยุงได้หลายชนิด โดยเฉพาะการใช้กำจัดลูกน้ำยุงลาย รวมทั้งริ้นดำ และบาซิลลัส สเฟียริคัส (Bacillus sphaericus) เป็นแบคทีเรียที่มีศักยภาพในการกำจัดลูกน้ำยุงก้นปล่องและยุงรำคาญได้ดี ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนา Bacillus thuringiensis subsp. israelensis เป็นผลิตภัณฑ์ทางการค้าหลายชนิดในต่างประเทศแต่มีราคาสูง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เห็นว่าน้ำกากชูรสเหลือทิ้งสามารถสร้างงานวิจัยเพื่อใช้ประโยชน์ จากสิ่งเหลือทิ้งได้หลายสาขา จึงได้มีการศึกษาและพัฒนาเป็นอาหารเพาะเลี้ยงแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis เพื่อนำไปสู่การทำผลิตภัณฑ์เพื่อใช้กำจัดลูกน้ำยุงลายต่อไป ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า รวมทั้งช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมด้วย
breakนพ.สมชาย แสงกิจพร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กล่าวว่า การวิจัยครั้งนี้ได้วิจัยเกี่ยวกับ 1. การศึกษาผลของอุณภูมิ ปริมาณอากาศ และความเป็นกรด-ด่างต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย 2. การพัฒนาอาหารเพาะเลี้ยงโดยใช้น้ำกากชูรส 3. การศึกษาประสิทธิภาพฆ่าลูกน้ำ 4. การเพาะเลี้ยงในถังหมัก 5. รูปแบบผลิตภัณฑ์ 6. ความคงตัวของผลิตภัณฑ์ และ 7. การทดสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์แบบจำลองธรรมชาติ ผลการศึกษาพบว่า การนำน้ำกาก ชูรสมาเพาะเลี้ยงแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis นั้น สามารถดำเนินการได้จริง แต่ต้องปรับระดับความเข้มข้นของน้ำกากชูรสรวมทั้งเติมสารอื่นๆ ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ เนื่องจากแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis สายพันธุ์แพร่เจริญเติบโตได้ดีในช่วงกว้างของอุณหภูมิและความเป็นกรด-ด่าง จึงไม่ค่อยยุ่งยากในการเพาะเลี้ยง แต่เป็นแบคทีเรียที่ต้องการอากาศจึงต้องให้อากาศในปริมาณที่เพียงพอ ถ้าเก็บเกี่ยวเซลล์ในช่วงที่เหมาะสม จะได้เซลล์ที่มีประสิทธิภาพกำจัดลูกน้ำยุงลายใกล้เคียงกับแบคทีเรียมาตรฐาน และมีต้นทุนต่ำกว่าผลิตภัณฑ์ของต่างประเทศอีกด้วย.